วิธีเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค พร้อมกลยุทธ์ในการเอาชนะ

แบล็คแจ็ค (Black Jack) เป็นเกมการพนันด้วยการใช้ไพ่ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในคาสิโน ไพ่แบล็คแจ็คนั้นเรียกได้ว่าเป็นเกมที่มีความคลาสสิกมากที่สุดและนิยมเล่นกันมากที่สุดในโซนยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา หลายคนที่ความเข้าใจผิด ๆ ที่ว่าไพ่แบล็คแจ็คนั้นเล่นยาก แต่ถ้าได้ศึกษาหาอ่านกฎกติกาและวิธีการเล่นไพ่แบล็คแจ็คอย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่าไพ่แบล็คแจ็คไม่ได้เล่นยากมากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นการพนันที่เน้นไปที่การคำนวนมากกว่าการเสี่ยงดวง คนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการเล่นไพ่แบล็คแจ็คนั้นจะมีโอกาสชนะได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์จากการใช้กลยุทธ์และเคล็ดลับต่าง ๆ มากมายในการเล่น มาลองดูวิธีการเล่นและกลยุทธ์เบื้องต้นในการ เล่นแบล็คแจ็ค ได้เลย

คำอธิบายวิธีการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค เบื้องต้น

วิธีเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค จะมีลักษณะการเล่นและกฎกติกาที่เหมือน ๆ กันทั้งคาสิโนสดและคาสิโนออนไลน์ ในเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้นจะประกอบไปด้วยเจ้ามือหรือคนแจกไพ่ นักพนันหรือผู้เล่นอย่างเรา สามารถเล่นกันได้หลายคน ส่วนใหญ่จะมีผู้เล่นที่ 6-8 คน หรือจะเล่นกันเพียงแค่สองคนกับเจ้ามือก็ได้ ก่อนเริ่มเกมนั้นผู้เล่นจะต้องทำการวางเงินเดิมพันก่อน ซึ่งจะเดิมพันมากหรือน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรทขั้นต่ำในการวางเดิมพันของแต่ละคาสิโน เมื่อผู้เล่นทุกคนวางเงินเดิมพันกับครบทุกคนแล้ว ฝั่งเจ้ามือก็จะทำการแจกไพ่ให้แก่ผู้เล่นทุกคนคนละสองใบ วิธีการเอาชนะในเกมไพ่แบล็คแจ็คนี้คือทำอย่างไรก็ได้ให้จำนวนผลรวมของไพ่บนมือเรามีแต้มเท่ากับ 21 หรือทำให้ใกล้เคียงกับแต้ม 21 มากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าผลรวมของไพ่มีแต้มเกิน 21 จะถือว่าแพ้ ผู้เล่นสามารถเลือกจั่วไพ่ที่กองกลางเพิ่มได้ถ้าหากว่าผลรวมไพ่ในมือนั้นต่ำ จะจั่วไพ่เพิ่มกี่ใบก็ได้ ตราบใดที่จำนวนผลรวมไม่เกิน 21 แต้มเพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าแพ้ทันที เป็นหลักวิธีการเล่นที่เข้าใจง่าย แต่การคิดหากลยุทธ์และการคำนวนมาใช้เพื่อให้ชนะนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเจ้ามือแจกไพ่ครบทั้งสองใบให้แก่ผู้เล่นแล้ว เรามาดูไพ่ที่เราได้ในมือกันว่ามีค่าเท่ากับเท่าใดบ้าง ไพ่ใบแรกของเราคือเลข 10 ส่วนไพ่ใบที่สองของเราคือเลข 9 ดังนั้นผลรวมของไพ่ในมือเราจะเท่ากับ 19 ถือว่าใกล้เคียงกับเลข 21 มากพอสมควร ที่เหลือก็รอลุ้นว่าเจ้ามือจะมีไพ่แต้มรวมเท่าใด ถ้าแต้มไพ่ของเจ้ามือได้ 20 หรือ 21 เราจะหลายเป็นคนแพ้ไป ถ้าเจ้ามือได้ 19 แต้มเท่ากับเราจะถือว่าเสมอและถ้าเจ้ามือได้ไพ่ที่ต่ำว่า 19 แต้มเราจะเป็นผู้ชนะ

การนับแต้มไพ่ของไพ่ แบล็คแจ็ค นั้นสามารถนับได้ดังนี้ คือ ไพ่ที่มีหน้าเลขเป็นเลขสองถึงเลขสิบ จะนับแต้มตรงตามหน้าไพ่เลย ส่วนไพ่ A หรือเอช นั้นจะมีค่าเท่ากับหนึ่ง แต่ยกเว้นในกรณีที่ไพ่เอชออกคู่กับเลข 9 หรือไพ่ J ไพ่เอชนั้นจะมีค่าเท่ากับ 11 ในทันที เช่น ถ้าไพ่ในมือออกมาเป็นไพ่เอชและไพ่หมายเลข 9 จะมีผลรวมคะแนนเท่ากับ 11 + 9 เท่ากับ 21 คะแนนนั่นเอง ส่วนไพ่แจ็ค ไพ่ควีนและไพ่คิงนั้นจะมีค่าเท่ากับ 10 คะแนน

รูปแบบการเดิมพันและคำศัพท์ที่ควรรู้ในการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค ในระหว่างที่เราเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้นจะมีรูปแบบการเดิมพันต่าง ๆ โดยเฉพาะไพ่แบล็คแจ็คในคาสิโนออนไลน์นั้นจะมีปุ่มกดหรือคำสั่งต่าง ๆ มากมายให้เราเลือกเดิมพันได้ หากผู้เล่นที่ไม่รู้จักคำศัพท์ที่ใช้ในการเดิมพันไพ่แบล็คแจ็คแล้วก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากในการเล่นได้ มาดูกันว่าคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไพ่ แบล็คแจ็ค มีอะไรบ้าง

  • BLACK JACK มีความหมายว่า จำนวนไพ่ของผู้เล่นที่มีค่าเท่ากับ 21 คะแนน กรณีไพ่ แบล็คแจ็ค นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไพ่ในมือของผู้เล่นมีคะแนนเท่ากับ 21 โดยไม่มีการจั่วไพ่ใด ๆ เพิ่ม
  • Bet Behind มีความหมายว่า การวางเดิมพันโดยผู้เล่นมีการลงเดิมพันร่วมกันกับผู้เล่นคนอื่น ๆ
  • Colored Pair มีความหมายว่า การวางเดิมพันว่าไพ่สองใบแรกที่เจ้ามือแจกจะเป็นไพ่เลขเดียวกันแต่มีดอกไม่เหมือนกัน
  • Double Down มีควาหมายว่า การวางเดิมพันโดยการเพิ่มเงินมากขึ้นอีกสองเท่าของจำนวนเงินเดิมพันเดิม
  • Hit มีความหมายว่า การจั่วไพ่เพิ่ม
  • Stand มีความหมายว่า การหยุดจั่วไพ่เพิ่ม
  • Split มีความหมายว่า ผู้เล่นทำการขอกองไพ่เพิ่มขึ้นอีก ปกติแล้วผู้เล่นแต่ละคนจะมีไพ่คนละหนึ่งกองอยู่แล้ว และทำการขอเพิ่มได้ แต่ก็ต้องวางเงินเดิมพันเพิ่มเหมือนกับเป็นผู้เล่นอีกคนเช่นกัน

กลยุทธ์ในการเล่นไพ่แบล็คแจ็ค ตามหลักคณิตศาสตร์

แบล็คแจ็ค

การ เล่นแบล็คแจ็ค ให้ชนะนั้นไม่ใช่แค่การหวังพึ่งเรื่องโชคหรือดวงเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องใช้หลักการคำนวนทางด้านคณิตศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย เช่น การคำนวณบวกลบเลข หลักสถิติ การคิดคำนวณถึงโอกาสและความน่าจะเป็นต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดผลแพ้ชนะได้เช่นกัน กลยุทธ์ของไพ่ แบล็คแจ็ค มีดังนี้

1. กลยุทธ์การหยุดเรียกไพ่ การจั่วไพ่และการหมอบไพ่ กลยุทธ์นี้จะช่วยให้เราอ่านไพ่ในมือว่ามีโอกาสได้หรือเสียมากกว่ากันตามหลักสถิติของคณิตศาสตร์ มีหลักการและแนวคิดดังนี้

  • หากไพ่ในมือมีผลรวมเท่ากับ 17, 18, 19, ไม่ควรขอจั่วไพ่เพิ่ม
  • หากไพ่ที่อยู่ในมือเรามีผลรวมน้อยกว่า 11 คะแนนให้ทำการจั่วไพ่เพิ่ม
  • หากไพ่ที่อยู่ในมือเรามีผลรวมเท่ากับ 16 และไพ่ของเจ้ามือมีเลข 7 และเลข 8 ให้ทำการจั่วไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ของเจ้ามือเป็นเลข 2, 3, 4, 5 และเลข 6 ไม่ควรขอจั่วไพ่เพิ่ม และถ้าหากไพ่ของเจ้ามือมีเลข 9, 10 และ A ให้ทำการหมอบไพ่และเสียเงินเดิมพันไปครึ่งหนึ่ง
  • หากไพ่ที่อยู่ในมือเรามีผลรวมเท่ากับ 15 คะแนน และไพ่ของเจ้ามือมีเลข 7, 8, 9 และเลข A ให้ทำการจั่วไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ของเจ้ามือเป็นเลข 2, 3, 4, 5 และเลข 6 ไม่ควรขอจั่วไพ่เพิ่ม และถ้าหากไพ่ของเจ้ามือมีเลข 10 ให้ทำการหมอบไพ่และเสียเงินเดิมพันไปครึ่งหนึ่ง
  • หากไพ่ที่อยู่ในมือเรามีผลรวมเท่ากับ 13 หรือ 14 คะแนน และไพ่ของเจ้ามือมีเลข 7, 8, 9, 10 และเลข A ให้ทำการจั่วไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ของเจ้ามือเป็นเลข 2, 3, 4, 5 และเลข 6 ไม่ควรขอจั่วไพ่เพิ่ม
  • หากไพ่ที่อยู่ในมือเรามีผลรวมเท่ากับ 12 คะแนน และไพ่ของเจ้ามือมีเลข 2, 3, 7, 8, 9, 10 และเลข A ให้ทำการจั่วไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ของเจ้ามือเป็นเลข 4, 5 และเลข 6 ไม่ควรขอจั่วไพ่เพิ่ม

2. กลยุทธ์การนับไพ่แบล็คแจ็ค

กลยุทธ์การนับไพ่ข้อนี้มีความยากและซับซ้อนมาก ต้องใช้ความอดทนในการเล่นสูงจนกว่าจะได้ไพ่ที่ถูกต้อง กลยุทธ์การนับไพ่นี้จะทำได้ง่ายมากขึ้นหากเราเล่นใน คาสิโนออนไลน์ เพราะเราสามารถใช้การจดบันทึกตัวเลขได้ หลักการนับไพ่แบล็คแจ็ค สามารถทำได้โดยการแทนจำนวนไพ่ด้วยตัวเลข และต้องนับไพ่ทุกใบที่เปิดออกทุกขาที่เรามี ซึ่งหมายความว่ากลยุทธ์นี้ต้องมีการเล่นหลายขา ตามปกติแล้วไพ่ แบล็คแจ็ค นั้นจะให้ผู้เล่นแยกกองไพ่ออกมาได้ประมาณ 7 ขา ต้องนับเลขกันเยอะมาก ๆ ดังนี้

  • ไพ่ที่ออกมาเป็นเลข 2, 3, 4, 5 และ 6 ให้นับไปอีก 1 
  • ไพ่ออกมาเป็นเลข K, Q, J, A และ 10 ให้ลบไปอีก 1
  • ไพ่ที่ออกมาเป็นเลข 7, 8 และ 9 ปล่อยผ่านไป ไม่ต้องนับเพิ่มหรือลดลง

สมมติว่าไพ่ที่เราได้มาเป็นไพ่หมายเลข 3 ให้เราทำการนับไปเป็น 1 ถ้าหากว่าไพ่อีกใบของเราได้หมายเลข 10 เราก็ลบออกไปอีก 1 ให้ทำการนับแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ในทุกขาที่เรามี ถ้าหากว่านับเลขไปเรื่อย ๆ จนได้ผลเลขเป็นเลข 16 หรือมากกว่า นั่นหมายความว่าจะมีไพ่ที่เหลืออยู่เป็นไพ่สูงเยอะกว่าไพ่ต่ำ การขอจั่วไพ่ในรอบต่อไป เราจะมีโอกาสได้ไพ่สูงนั่นเอง แต่เราจำเป็นต้องขอจั่วไพ่ทุกครั้งก็ได้ เพราะเจ้ามืออาจเป็นฝ่ายขอจั่วไพ่และแพ้ไปเพราะแต้มเกินได้ หากมีไพ่กองไหนที่ได้ไพ่คู่ ให้เราแยกกองไว้ไม่ต้องนับ

ufabet21-line